หนังรักไทย แสงกระสือ เนื้อเรื่อง เป็นอย่างไร?

หนังรักไทย เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเด็กทั้งสาม ได้เล่นซ้อนแอบกันในบ้านร้างแห่งหนึ่ง โดยมีสาย นำแสดงโดย ภัณฑิรา พิพิธยากร ได้ไปแอบยังห้องๆหนึ่ง ที่ภายในห้องนั้นมีหีบเปล่าใบหนึ่ง เธอได้เข้าไปแอบในนั้น ระหว่างที่เจิด นำแสดงโดย สพล อัศวมั่นคง ได้คอยตามหาเพื่อนของเขาที่แอบ ส่วนน้อย นำแสดงโดย โอบนิธิ วิวรรณธนวรางค์ เป็นเด็กขี้กลัวได้มาขอแอบกับสายด้วย

แต่ทว่าเบื้องหลังของสายนั้น กลับเป็นผีกระสือเจ้าของหีบใบนี้นั้นเอง จนกระทั่งภาพตัดมายังปัจจุบัน ในอีก 10 ปีข้างหน้า สายเองที่ปัจจุบันโตเป็นสาววัยแรกรุ่น ด้วยการเป็นประจำเดือนครั้งแรก ส่วนเจิดยังคอยสาย

เดินทางไปยังสถานนีอนามัยของหมู่บ้าน เป็นเพื่อนสายทุกวันแต่วันนี้ สถานนีอนามัยกลับไร้หมอและผู้คน เพราะถูกทางการเกณฑ์เข้าพระนคร เพื่อไปช่วยในสงครามนั้นเอง ทำให้สายได้ประจำอยู่ที่นี้เป็นพยาบาล เจิดก็ยังคงเอาใจสายอยู่เสมอ

โดยการยื่นน้ำมะตูมให้สายดื่ม จนกระทั่งมีเด็กที่ได้รับบาดเจ็บมารักษา สายได้ทำหน้าที่รักษาเบื้องต้นในขณะที่หมอไม่อยู่ และแล้วในคืนนั้นเองได้มีวัวควายล้มตาย อย่างปริศนาทำเอาชาวบ้านพากันสงสัย รวมถึงต่างพูดกันว่าเป็นผีกระสือ

สายเองที่เมื่อคืนฝันเกี่ยวกับ การฆ่าและกินของดิบจนกระทั่งเธอ ตื่นมาพบกับรอยเลือดมากมาย ทำให้เธอนึกย้อนไปยังบ้านหลังเก่า ในตอนเด็กที่เธอพบกับกระสือ ทำให้สายต้องการที่จะรู้คำตอบนั้น สายเองจึงพยายามที่จะไปยังบ้านร้างแห่งนั้น

แต่เจิดเองได้ห้ามเอาไว้ถึงอันตราย รวมถึงข่าวลือในหมู่บ้านถึงผีกระสือ ทำให้เจิดกลัวที่จะกลับไปทันพลบค่ำนั้นเอง สายและเจิดได้เดินทางมายังบ้านร้าง เพื่อหาคำตอบที่ตามหามาตั้งแต่อดีต แต่ในระหว่างทางนั้นกลับเห็น

ไฟตะเกียงมาแต่ไกลเพียงลำพัง ทั้งสองยืนมองเพื่อให้เห็นว่าเป็นใคร จนกระทั่งเป็นน้อยที่ได้เดินทาง กลับมายังหมู่บ้านแห่งนี้นั้นเอง ทำให้ทั้งสองดีใจเป็นอย่างมาก ที่เพื่อนของเขาได้กลับมาเจอกันอีก นอกจากนี้เองกลุ่มชาวบ้านที่ไล่ล่ากระสือ

ได้ตามน้อยมายังหมู่บ้านแห่งนี้ เพื่อตามล่ากระสือที่ได้ยินข่าวลือมานั้นเอง ทำให้ชาวบ้านต่างพากันเชื่อ ในสิ่งที่พวกนักล่ากระสือได้โชว์ร่างกระสือที่ตายไปแล้วนั้นเอง ทำเอาชาวบ้านหวาดกลัวและเชื่อ ในกลุ่มไล่ล่ากระสือนั้นเอง

เมื่อทั้งสามได้กลับมาพบกันแล้ว ทำให้นึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ทั้งสามสนิทกัน ส่วนเจิดนั้นที่แอบชอบสายมาตลอด ทำได้แต่เพียงยืนมองสายและน้อยสนิทกัน ในคืนนั้นเองสายไม่อาจทนกับร่างกายตัวเองได้

เธอค่อยๆกลายเป็นกระสือในยามค่ำคืน จากนั้นคอยออกล่าเหยื่อในตอนกลางคืน น้อยเองที่กำลังเดินทางกลับจากบ้านสาย ได้เห็นแสงไฟวิ่งผ่านทำให้เขาสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งเขาตามแสงนั้นไป

จนพบกับสายที่เป็นกระสือกำลังกินของสดๆอยู่ ทำให้น้อยถึงกับตกใจและหวาดกลัว แต่เขาเองก็เลือกที่จะตามสายไปจนถึงบ้าน ที่เธอนั้นกลับคืนสู่ร่างเดิมนั้นเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่น้อยรู้แล้วนั้นเองว่า

กระสือภายในหมู่บ้านนั้นก็คือสายนั้นเอง และด้วยความลับนี้เขาจึงต้องปกปิดเอาไว้นั้นเอง ในทุกๆวันน้อยจะแอบย่องเอา ไก่หรือของสดมาให้สาย เพื่อไม่ให้ถูกเหล่านักล่ากระสือพบเจอตัว ทำให้ชาวบ้านต่างเริ่มไม่เชื่อถือ ในกลุ่มนักล่ากระสือ

ยิ่งทำให้หัวหน้ากลุ่มนักล่ากระสืออย่าง ทัด นำแสดงโดย สุรศักดิ์ วงษ์ไทย มั่นใจว่าหมู่บ้านนี้มีกระสืออย่างแน่นอน เพียงแต่ว่ากระแสน่าจะรู้ตัวเองหรือไม่ก็มีคนช่วย ทำให้ทุกคนต่างตั้งเวรยามในตอนกลางคืน เจิดเองได้เข้าร่วมกับกลุ่มล่ากระสือ และเดินมาเยี่ยมสายบ่อยๆในตอนกลางคืนนั้นเอง แต่ทว่าก็มีข่าวการตายของคนในหมู่บ้าน หรือแม้กระทั่งเด็กทารกลูกเพื่อนสนิทของสาย

ก็ได้ถูกกินจนคนในหมู่บ้านรับไม่ได้นั้นเอง สายเองที่รู้ตัวว่าตนเองผิดปกติ ได้เริ่มรู้สึกเกลียดตัวเองแต่ก็มีน้อย ที่คอยมาปลอบและเข้าใจสายนั้นเอง จนกระทั่งวันหนึ่งทั้งสองได้เดินทางไปยังบ้านร้าง สายได้พบกับว่านกระสือที่กินแล้ว

ไม่ทำให้เธอกลายร่างเป็นกระสือนั้นเอง เพราะหลังจากที่เธอใช้ว่านนี้แล้ว ทำให้ชาวบ้านไม่สงสัยในตัวของเธอนั้นเอง จนกระทั่งเจิดที่ตามแอบดูทั้งสองนั้น ก็มาพบเข้าและด้วยความหึงหวง จึงทำร้ายน้อยเพราะว่าตนนั้นรักสายมาก

ในระหว่างที่ทะเลาะกันอยู่นั้น ทัดหัวหน้ากลุ่มล่ากระสือ ได้แอบตามมาพยายามจะจัดการกับสาย ที่ถูกสงสัยว่าเป็นกระสือนั้นเอง ทำให้เจิดเอง ได้เสียสละเอาตัวปกป้องสายและน้อย ทำให้เจิดเองถูกทัดที่กลายร่างเป็นกระหังกัดเข้า

ด้วยเวลาผ่านไปเจิดที่ถูกกัด ร่างกายของเขาได้รับเชื้อกระหังเข้าไป ทำให้รูปร่างของเขาค่อยๆเปลี่ยนไป จนทำให้เขานั้นต้องเก็บตัวในห้อง และพบกับความเจ็บปวดทั้งใจและกายนั้นเอง น้อยที่มาเยี่ยมเจิด ได้แต่เวทนาในตัวเจิดที่กลายมาเป็นแบบนี้

ทัดเองที่แน่ใจว่าสายคือกระสือ ทำให้เขานั้นบุกมายังบ้านของผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นพ่อของสายนั้นเอง ทำให้เขาต้องลงมาปกป้องลูกของตน และพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกของเขานั้น ไม่ได้เป็นกระสือนั้นเอง สายเองที่กำลังจะเปลี่ยนร่าง ในขณะที่พ่อเรียกมา

เธอได้พยายามหาว่านกระสือที่น้อยเก็บมาให้ แต่ก็ได้หายไปจากชั้นวางนั้นเอง จนกระทั่งน้อยเข้ามาช่วย ทำให้สายรอดจากการเข้าใจผิดของในหมู่บ้านนั้นเอง ทำให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นห่วงสายมากขึ้น จึงได้ชักชวนให้ไปไหนไปด้วยกันนั้นเอง

ด้วยความแค้นของสายที่มีต่อกลุ่มนักล่ากระสือ ทำให้คืนนั้นเธอได้ออกล่าฆ่า กลุุ่มนักล่ากระสือตายกันไปหมด เหลือเพียงแค่ทัดเองที่หนีรอดไปได้ จนกระทั่งวันงานประจำหมู่บ้าน พ่อของสายได้ให้สายนั่งข้างๆในระหว่างดูหนัง

เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้ชาวบ้านทั่วไป เข้าใจว่าสายไม่ใช่กระสือนั้นเอง แต่แล้วสายเองก็ไม่อาจฝืนธรรมชาติได้นั้นเอง ทำให้เธอนั้นกลายเป็นกระสือต่อหน้าผู้คน ทำเอาชาวบ้านต่างเจ็บแค้น นำอาวุธต่างๆกรู่กันมาทำลาย

ร่างของสายจนกระทั่งร่างมีสภาพเละ สายเองได้พบกับทัดที่เป็นผีกระหัง ทั้งสองได้ต่อสู้กันท่ามกลางความวุ่นวาย ของผู้คนในหมู่บ้านรวมถึงพ่อของสาย ที่ยืนใจสลายไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น น้อยได้พยายามช่วยสายจากทัด

ทำให้ทั้งสองนั้นอยู่สถานการณ์เสียเปรียบ แต่แล้วเจิดก็ได้มาช่วยทั้งสอง ด้วยการที่เขากลายเป็นผีกระหังนั้นเอง เจิดเองได้เอาตัวเข้าแลกจนกระทั่งตัวตาย ก็ไม่สามารถหยุดทัดได้นั้นเอง จนกระทั่งหลวงพ่อได้ใช้ปืนยิงเข้าไปยังทัต

อันเป็นจุดจบของเขานั้นเอง หลวงพ่อเองได้เคยเล่าให้ฟัง ถึงในอดีตที่เขาเคยมีภรรยาที่เป็นกระสือ ตัวของเขาเองที่รับไม่ได้จึงขอลาบวช ใช้ชีวิตอยู่ในป่านั้นเอง สายและน้อยได้พากันหนีชาวบ้านมายังท่าเรือ

แต่สายกลับทำได้แค่ส่งน้อย และไม่ได้ไปต่อเธอเลือกที่จะปล่อยให้น้อยหนีไป ส่วนเธอนั้นจะขอตายแบบนี้ ที่ไม่มีร่างให้กลับนั้นเอง น้อยที่ล่องเรือจากไปได้เสียใจเป็นอย่างมาก ที่เขาไม่สามารถรักษาคนที่เขารักได้นั้นเอง

หนังรักไทย

หนังรักไทย แสงกระสือกระแส เป็นอย่างไร?

นับว่าเป็นผลงานสยองขวัญ โรแมนติก ที่สร้างปรากฎการณ์ให้กับวงการหนังไทยอยู่พักหนึ่ง กับการที่เอาผีในตำนานอย่างกระสือ และกระหังนำกลับมามีชิวิตอีกแห่ง ในโลกภาพยนตร์เหมือนเช่นในอดีต ที่เรื่องราวของกระสือและกระหังนั้น เคยเป็นหนังดังมาก่อนแล้วนั้นเอง พอมาในภาคนี้นั้น ได้รับการตีความในมุมมองยุคใหม่ ที่มีเรื่องราวความรักเข้าไปอยู่ด้วย

ทำให้หนังเรื่องนี้กระแสดีเป็นอย่างมาก หลังจากฉายไปในวันแรกนั้นเอง ด้วยเนื้่อเรื่องและบริบทต่างๆ เป็นยุคปัจจุบันเพื่อให้เข้าถึง คนทั่วไปได้ง่ายและไม่ใช่หนังผีทั่วไป เหมือนเมื่อก่อนนั้นเอง จึงทำให้แสงกระสือนั้น

สร้างกระแสหนังผีในไทยขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่วงการภพยนตร์ไทย กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำแต่หนังเรื่องนี้ กลับได้กู้หน้าให้กับวงการนั้นเอง ด้วยการได้เข้าไปฉายในต่างประเทศ เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมผีไทย ส่งออกสู่สายตาชาวโลกนั้นเอง นับว่าเป็นหนังผียุคใหม่ที่เข้ามาผลักดันวงการ ภาพยนตร์ไทยให้เติบโตไปได้นั้นเอง

แสงกระสือมีสิ่งที่น่าสนใจอะไรบ้าง?

ด้วยความคลาสสิคของตำนานผีกระสือ และผีกระหังของประเทศไทยเรา ได้มีภาพยนตร์บอกเล่าเกี่ยวกับผีทั้งสอง มาตั้งแต่ในอดีตที่มีการทำออกมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงเรื่องนี้นั้นได้ตีความใหม่ นำไปสู่ความโรแมนติกและสยองขวัญ ไปด้วยพร้อมๆกันนั้นเอง ด้วยผลงานการกำกับของ นายสิทธิศิริ มงคลศิริ ได้สร้างสรรค์งานชิ้นนี้ออกมาได้อย่าง แตกต่างจากผลงานดั่งเดิม

ในภาคก่อนๆนั้นเองที่เน้นไปทางสยองขวัญอย่างเดียว เรื่องราวความรักและหว่างคนกับผี ได้เชื่อมโยงกันเป็นรักสามเศร้า ของตัวละครหลักทั้งสามที่มีความผูกพันธ์กัน ทำให้เนื้อเรื่องพาคนดูอย่างเรา สามารถอินไปตลอดทั้งเรื่องนั้นเอง

อีกทั้งยังเป็นไอคอนหนังผีไทยยุคใหม่ ที่ใส่ความโรแมนติกและใช้นักแสดงรุ่นใหม่ ทำให้เรื่องนี้ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์ สามารถกวาดรายได้ทั่วประเทศไปกว่า 102 ล้านบาท และรางวัลสุพรรณหงส์สาขา นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และอื่นๆอีกมาก เป็นการการรันตีได้อย่างหนึ่งเลยทีเดียว ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยที่ดีอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

หนังรักไทย

ไอเดียของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร?

จากตำนานท้องถิ่นไทยในอดีต ที่มีความเชื่อเรื่องผีมาตั้งแต่โบราณ จนกลายเป็นตำนานผีต่างที่เราได้เห็นในหนังไทยสมัยก่อน ผีไทยที่หลายคนรู้จักกันก็คงเป็น ผีปอบ ผีกระสือ ผีกระหัง ผีเปรต

และผีอื่นๆอีกมากมาย ล้วนได้เคยเป็นภาพยนตร์มาแล้วทั้งนั้น สำหรับแสงกระสือนั้นเป็นอีกหนึ่งของการตีความ ที่แตกต่างไปจากเดิมที่ไม่ได้มีแค่ความน่ากลัว ยังใส่เรื่องราวโรแมนติกระหว่างคนกับผี ด้วยผลงานการเขียนบทของ     

ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่สร้างเรื่องราวอันลึกซึ้งนี้ให้เราได้อิน ไปกับตัวละครของหนังเรื่องนี้ได้นั้นเอง นับว่าเป็นการเอาของเก่ามารีมาสเตอร์ใหม่ จนกลายเป็นสิ่งที่ดีกว่า และปรับไปตามยุคสมัยของแต่ละยุคด้วยนั้นเอง จึงทำให้แสงกระสือเป็นหนังผี ที่มีมุมมองไม่เหมือนใครนั้นเอง

สรุปสิ่งที่ได้จากการดูแสงกระสือเป็นอย่างไร?

เป็นหนังผีแสนโรแมนติกที่ เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสก้าในปี พ.ศ. 2562 นับว่าเป็นตัวแทนหนังไทยที่ ได้รับเกียรติในการเข้าประกวดหนัง ในเวทีระดับโลกเลยทีเดียว นับว่าเป็นการเปิดตัวหนังของ แสงกระสือที่สามารถยกระดับ

อุตสาหกรรมหนังไทยไปอีกขั้นหนึ่งนั้นเอง ทำให้เรียกกระแสหนังไทยกลับมาอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง นับว่าเป็นความสำเร็จอีกอย่างหนึ่ง ของหนังเรื่องนี้ที่ฝากไว้ให้กับคนดูอย่างเรา ถ้าหากจะนึกถึงหนังผีโรแมนติกแล้วละก็

จะต้องนึกถึงหนังเรื่องนี้เป็นอย่างแรกแน่นอน เพราะด้วยความโรแมนติกและการเสียสละ ของหนังเรื่องนี้นั้นพาให้เรา จดจำซีน ในหนังอันแสนกินใจเรานั้นเอง ใครที่กำลังมองหาหนังผีไทยดีๆซะเรื่องหนึ่งดู นับว่าไม่ควรพลาดแสงกระสือ ที่จะทำให้คุณเสียน้ำตาให้กับหนังผีอย่างแน่นอน

จึงทำให้ มองว่า แสงกระสือ เป็นหนังสยองขวัญ โรแมนติก ที่สร้างชื่อให้กับประเทศไทย ในการเข้าสู่เวทีประกวดระดับโลก รวมถึงเดินสายในเอเชียที่ได้เข้าฉาย ประเทศเพื่อนบ้านจนกลายเป็นกระแส อยู่ช่วงหนึ่งที่ทำให้วงการหนังไทย กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง นับว่าเป็นความประสบความสำเร็จ ที่แสงกระสือได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการผลักดันอุตสาหกรรมหนังไทย ให้เป็นมาตรฐานสำหรับหนังเรื่องถัดๆมา ที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จนั้นเอง